วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วัดศรีชุม จ.สุโขทัย


           สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชม วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองเก่าสุโขทัยและยังมีตำนานพระพุทธรูปไปชมพร้อมๆกันเลย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดศรีชุม จ.สุโขทัย


          เที่ยววัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย ที่เที่ยวสุโขทัยแนะนำ เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองเก่าสุโขทัยและยังมีตำนานพระพุทธรูปพูดได้ให้ได้รำลึกถึง ไปเที่ยวสุโขทัยเมื่อไรต้องไม่พลาดใส่ชื่อวัดศรีชุมลงไปในแผนการเดินทาง


     ถ้าพูดถึงเมืองประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย นอกจากอยุธยาแล้ว เมืองเก่าสุโขทัยก็มีความสำคัญและยิ่งใหญ่สวยงามไม่แพ้กันซึ่งเราจะรู้จักกันดีในนาม"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร มีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ "วัดศรีชุม" วัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

          วัดศรีชุม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 800 เมตร อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คำว่า "ศรี" มาจากคำพื้นเมืองของไทยคำว่า "สะหลี" หมายถึง "ต้นโพธิ์" เมื่อมารวมกันเป็น "ศรีชุม" จึงหมายถึง "ดงต้นโพธิ์" นั่นเอง 


          เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือวิหารเก่าแก่ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป ไม่มีหลังคา เพราะพังทลายลงมาหมด มีการสันนิษฐานว่าหลังคานั้นมีลักษณะเป็นรูปโค้งคล้ายโดม เมื่อไม่มีหลังคาจึงเหลือแค่เพียงผนังสี่ด้าน มีการก่ออิฐถือปูนอย่างแข็งแรงมั่นคง ไม่มีหน้าต่าง

วัดศรีชุม สุโขทัย



          ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน "พระอจนะ" พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างมากถึง 11.3 เมตร พระชงฆ์ติดข้างผนังสองข้างของมณฑป องค์ที่เห็นในปัจจุบันมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ราว พ.ศ. 2496-2499 

        ดูจากลักษณะภายนอกคล้ายกับว่าวัดศรีชุมนั้นเป็นเพียงวัดเก่าแก่ธรรมดา แต่อันที่จริงแล้วการก่อสร้างวิหารแห่งนี้ช่างแยบยลกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ด้วยผนังด้านทิศใต้มีช่องให้เราเดินเข้าไปด้านใน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า"อุโมงค์วัดศรีชุม" ซึ่งจะมีบันไดแคบ ๆ ที่สามารถเดินขึ้นไปได้ถึงด้านข้างขององค์พระอจนะ เมื่อพูดออกมาดัง ๆ เสียงของเราจะดังก้องกังวานอยู่ในวิหาร คล้ายกับว่าเป็นเสียงที่มาจากพระพุทธรูป นี่จึงเป็นที่มาของตำนานที่เล่าขานกันมาว่าพระอจนะนั้นสามารถพูดได้ในยามศึกสงครามพระพุทธรูปองค์นี้ก็จะปลุกปลอบใจทหารหาญให้มีกำลังใจ 

          นอกจากนี้ภายในกำแพงยังพบศิลาจารึกหลักที่ 2 เรียกว่า "จารึกวัดศรีชุม" ที่เล่าเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัยของคนไทยกลุ่มหนึ่ง และพบภาพเขียนเก่าแก่มีอายุมากกว่า 700 ปีอีกด้วย พร้อมทั้งด้านบนเพดานของช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่าง ๆ มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 50 ภาพ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเดินขึ้นไปตามช่องบันไดก็จะสามารถไปโผล่ที่กำแพงวิหารด้านบนได้อีกด้วย 



          ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปยังอุโมงค์ ด้วยป้องกันการขีดเขียนภาพเก่าแก่ตามผนัง เป็นการรักษาโบราณวัตถุอย่างภาพเขียนให้อยู่สืบไป และป้องกันอันตราย ซึ่งอาจจะเกิดจากการพลัดตกลงมาจากด้านบนของกำแพง แต่บริเวณโดยรอบวัดศรีชุมยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ปกติ ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5569 7527, 0 5567 9310 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5561 6228

เปลี่ยนการเที่ยวทะเลภูเขาชมดอกไม้สวยๆมาเป็นการเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แบบนี้ก็ดีไม่ใช่เล่นนอกจากจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้วก็ยังได้ปั่นจักรยานเที่ยวชมกันแบบเพลิน ๆ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศทุกวัย กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ใครมีวันหยุดว่าง ๆ ก็ลองแวะไปเที่ยวชมกันนะคะ
วัดศรีชุม สุโขทัย

วัดศรีชุม สุโขทัย

วัดศรีชุม สุโขทัย

วัดศรีชุม สุโขทัย

วัดศรีชุม สุโขทัย








วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย


          สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชมการสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ ที่วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ไปชมพร้อมๆกันเลย


          วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2540 จากเดิมมีเนื้อที่3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือคุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่ 9ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวัดมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ
  • ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
  • ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา
  • พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัย รักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน
 ที่ตั้งวัดร่องขุ่น อยู่ในท้องที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ วัดร่องขุ่นอยู่ก่อนตัวเมืองเชียงรายประมาณ13 กิโลเมตร ตรงสามแยกไฟแดงทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ จะเป็นที่ตั้งของวัดร่องขุ่น ซึ่งห่างถนนใหญ่เพียง100 เมตร เท่านั้น

ความหมายของอุโบสถ
  • สีขาว : พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า
  • สะพาน : การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ
  • เขี้ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ
  • สันของสะพาน : มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16
  • กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุเมรุดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
  • บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
การเดินทางก็ไม่ยาก…. 
         ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเชียงราย– กรุงเทพฯ:วผ่าน จ.พะเยา ผ่าน อ.แม่ใจ จ.พะเยา เข้า อ.พาน จ.เชียงราย ขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.เชียงรายเรื่อยๆ พอออกจากตัว อ.พาน จะข้ามสพานแม่ลาว (แม่น้ำลาว) ขับรถไปซักพักจะถึงแยกปากทางแม่สรวย (แยกไป อ.แม่สรวย และไป จ.เชียงใหม่) ขับรถต่อไปอีกซักประมาณ10 ก.ม ก่อนจะถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ประมาณ200 เมตร ถ้ามองดูทางด้านซ้ายมือ จะเห็นตัววัดสีขาวสะดุดตายิ่งนัก เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกขุนกรณ์ วัดร่องขุ่นจะอยู่เข้าไปประมาณ100 เมตร ซึ่งวัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย13 ก.ม ตรงหลัก ก.ม ที่816 ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข1/A2 )
         ถ้ามาจาก อ.แม่สาย มาจากสนามบินนานาชาติเชียงราย หรือตัวเมืองเชียงราย: ให้มาทางทิศใต้ ทางไป อ.พาน จ.เชียงราย ทางไป จ.พะเยา เมื่อออกจากตัวเมืองเชียงราย จะผ่านแยกไฟแดงสถานีขนส่งแห่งที่2 ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟแดง แยกขวา แยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวขวาเข้ามา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไม่กี่นาทีก็จะถึงวัดร่องขุ่น
          ถ้ามาจาก จ.เชียงใหม่: ให้มาทาง อ.ดอยสะเก็ด เข้า อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มาเรื่อยๆ ผ่าน อ.แม่สรวย มาจนถึง สามแยกปากทางแม่สรวยให้เลี้ยวซ้ายไปทาง จ.เชียงราย (เลี้ยวขวาไป อ.พาน, ไป จ.พะเยา) จากปากทางแม่สรวยขับไปทางตัวเมืองเชียงรายประมาณ10 ก.ม จนถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์
 จ.ลำปาง

         สำหรับต่อไปเราจะพาไปชมเจดีย์ประดิษฐานบนยอดเขา มากกว่า 10องค์ บนภูเขาสูงเสียดฟ้า ที่วัดวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง ไปชมพร้อมๆกันเลย
วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์


         มีเจดีย์ประดิษฐานบนยอดเขา มากกว่า 10องค์ บนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบด้วยทิวเขาสูง ภายในบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี เป็นจุดชมวิว 360 องศา

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

         วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์หรือชื่อเดิมเรียกว่า“วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง” ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ภาพอันงดงามของเจดีย์เล็กๆสีขาวสร้างขึ้นบนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาสูง ซึ่งสร้างจากแรงศรัทธาของมนุษย์เป็น ภาพที่ดึงดูดให้ใครหลายคนอยากเดินทางไป วัดเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่บนภูเขาใหญ่ใน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง อยู่ในพื้นที่ของเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท บนยอดเขาแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ เป็นที่เคารพบูชาของชาวอ.แจ้ห่มมาอย่างยาวนานแต่เมื่อก่อนนี้ยังไม่มีการทำถนนขึ้นสู่ดอยดังนั้นพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาจึงต้องเดินเท้าผ่านป่าทึบและหน้าผาสูงขึ้นไปสักการบูชารอยพระพุทธบาทแห่งนี้  ต่อมาหลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล  (พระเทพวิสุทธิญาณ) เจ้าอาวาสวัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยาได้เดินทาง มาสักการะรอยพระพุทธบาทโดยการเดินเท้า พลังศรัทธาของท่านเป็นที่มาของการสร้างวัดขึ้นประกอบกับในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระราชสมภพครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2547 ทางคณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่านเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อ ปวงชนชาวไทย จึงได้สร้าง “วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้า ราชานุสรณ์”  ที่ตำบลวิเชตนคร อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางขึ้น

         ภายในบริเวณวัดด้านล่าง เป็นที่ตั้งของตัว“วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ เป็นที่ตั้งของอุโบสถและเจดีย์ เราสามารถ เข้าไป กราบพระพุทธรูปภายในอุโบสถที่จำลองมาจากพระนิรันตราย ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปประจำ พระองค์ของรัชกาลที่ 4 องค์หนึ่ง ส่วนตัวอุโบสถมีลักษณะเหมือนวัดทางล้านนา มีหลังคาลดหลั่นสองชั้น และมีสิงห์คู่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณทางเข้าสู่ลานอุโบสถ วัดที่อยู่บน ยอดเขา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนของเจดีย์ที่สร้างรายล้อมอยู่บนเขา ซึ่งต้องนั่งรถผ่านเส้นทางลาดชัน และแคบ ไปประมาณ 30นาที จากนั้น เดินทางขึ้นบันไดไปอีกประมาณ 300 กว่าขั้น  

          เมื่อมาถึงยอดเขาด้านบน จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือฝั่งทางขวาจะได้ขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุ ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดเล็กๆ ชันๆ ขึ้นไป แต่วิวด้านบนนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง มองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และมองเห็นบริเวณวัดวัดเฉลิมพระเกียรติฯ ที่อยู่ด้านล่าง และอีกส่วนคือ ฝั่งซ้ายเรียกว่าศาลาสวดมนต์ จุดนี้ไม่ได้มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ แต่จะเป็นสถานที่ที่พระจะขึ้นมาสวดมนต์ทุกวันแรม 8 ค่ำ บนศาลาสวดมนต์จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้กัน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกหนึ่งจุดมองไป เบื้องหน้าเป็นวิวของอำเภอแจ้ห่ม มองไปด้านหลังเป็นเจดีย์องค์เล็กองค์น้อยประดิษฐานอยู่บนยอดภูเขาราวกับมีคนจับวาง 

           เมื่อมองไปทางขวาจะเห็นเป็นวิวขององค์พระธาตุสีทองบนยอดเขา และหากมองมาทางซ้ายจะเห็นเจดีย์สีขาว 5องค์อยู่ริมชะง่อนผาหินไกลๆมองแล้วก็ต้องทึ่งว่าใครหนอช่างมีความพยายามไปสร้างเจดีย์ไว้ในที่ที่แม้แต่เดินตัวเปล่าก็ยังยากลำบากแต่ด้วยแรงศรัทธาของมนุษย์ก็สามารถทำเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นได้อย่างน่ามหัศจรรย์บรรยากาศในยามเช้าในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น

รายละเอียด

        สำหรับคนที่อยากจะขึ้นไปชมบรรยากาศของตัววัดบริเวณชั้นบนต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถเพราะไม่อนุญาติให้นำรถส่วนตัวขึ้นไป ต้องใช้บริการรถท้องถิ่นของชาวบ้าน ซึ่งจุดจอดรถจะอยุ่ที่ลานจอดรถของวัก  โดยคิดสำนาค่าบริการแบบไปกลับคนละ 60 บาท เมื่อมาถึงจุดเดินทางก็เดินขึ้นไปสู่ยอดเขาซึ่งเป็นบันได ประมาณ 300 กว่าขั้น  ระยะทาง 1 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ควรเตรียมน้ำ ให้พร้อม รถจะเริ่มให้บริการประมาณ 7 โมงเช้า

การเดินทางไปวัดเฉลิมพระเกียรติฯ

    จากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 ไปแจ้ห่ม จากตัวเมืองแจ้ห่มเลยไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรเศษๆ จะมีทางแยกซ้ายมือ อยู่ตรงทางโค้งพอดี ซุ้มประตูเขียนว่าเข้าหมู่บ้านใหม่เหล่ายาว ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 200 เมตร จะมีแยกซ้ายมือเขียนว่าไป วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางคอนกรีตอย่างดีไปจนถึงวัด จะมีป้ายว่า วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดงซึ่งเป็นชื่อเดิม ระหว่างทางจะเห็นแนว เขาสูงตระหง่าน โดยมองเห็นพระเจดีย์สีขาวหลายองค์บนยอดเขา ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูง

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์



  ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี

      สำหรับต่อไปเราจะพาไปชม  ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเพชรบุรี ไปชมความสวยงามพร้อมๆกันเลย

     
            เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเพชรบุรี ซึ่งมีถ้ำสำคัญอยู่ 4 ที่คือ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาเตาหม้อ และถ้ำเขาหลวง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างถวาย ชมลำแสงสวยงาม ที่ส่องลงมาจากปล่องแสงเพดานถ้ำถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง 

           ตั้งอยู่ที่อยู่บนเขาหลวง ห่างจากเขาวังประมาณ 5 กิโลเมตร จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตนำสู่ทางลงถ้ำ เขาหลวงเป็นภูเขา ขนาดเล็กมียอดสูงสุดเพียง 92 เมตร มีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม สำหรับถ้ำเขาหลวงถือเป็นถ้ำใหญ่และสำคัญที่สุดในเมืองเพชร ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไฮไลต์ของการมาเที่ยวถ้ำเขาหลวง คือ การได้ชมแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากปล่องแสงของเพดาน ถ้ำลงมาสู่พื้นข้างล่างคล้ายกับมีสปอร์ตไลท์ส่องลงมาเป็นภาพที่อัศจรรย์และงดงามมาก ซึ่งช่วงเวลาที่จะมีแสงส่องลงมาเยอะที่สุด คือประมาณ 9.30 -10.30 น. ซึ่งลักษณะของลำแสงจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศในแต่ละฤดู

          ถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่เสด็จประพาสมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ทรงโปรดถ้ำเขาหลวงนี้มาก โดยทรงบูรณะพระพุทธรูป เก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ ภายในถ้ำ 
นี้หลายองค์ด้วยกัน และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบันได หินลงไปในถ้ำ ตรงทางเข้าเชิงเขาหลวงนั้น ขวามือมีวัดใหญ่อยู่วัดหนึ่งชาวเมืองเรียกว่า"วัดถ้ำแกลบ" ปัจจุบันคือ "วัดบุญทวี"ซึ่งเป็นวัดใหญ่ น่าชมมาก เพราะท่านเจ้าอาวาสวัดนี้ท่าน เป็นช่างได้ออกแบบศาลาการเปรียญและ ได้ สร้างสำเร็จเป็น ศาลาการเปรียญที่ใหญ่มาก และประตูโบสถ์เป็นไม้สลักลายสวยงามมาก วัดถ้ำแกลบนี้ มีตำนาน เล่าว่า ปากถ้ำแกลบที่วัดนี้คือทางเข้าสู่เมืองลับแลอันเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาวทั้งนั้น แต่ก็เป็นเพียง ตำนานของ ชาวเมืองเพชรนับร้อย ๆ ปีมาแล้ว ประวัติเล่าไว้ว่ารัชกาลที่ 4 เสด็จมาพร้อมโอรส 2 พระองค์ และโปรดให้ พระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมกันสร้างพระและทรงบูรณะ เช่น สร้างรอยพระพุทธบาทจำลอง รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จ มาบูรณะต่อแล้วพระราชทานนามว่า วิมานจักรี ปัจจุบันมีพระพุทธรูปในถ้ำรวม 170 องค์ มีเจดีย์ในถ้ำ 6 องค์ ภายในถ้ำแบ่งพื้นที่โดยธรรมชาติเป็น 3 ห้องคือ

          ห้องแรก มีพระพุทธบาทจำลอง มีหินที่เกิดจากน้ำหยดลงมาเป็นรูปเหมือนเต่า ห้องนี้หินงอก หินย้อยสวยมาก และหินย้อยบางก้อนถูก คนลักตัดเอาไป 

       ห้องที่ 2 เดินต่อไปจากห้องแรก เดินสะดวกถึงกันหมดทั้ง 3 ห้อง มีพระพุทธรูปเรียงรายรอบห้อง มีปล่องให้แสงสว่างเข้ามาพื้นถ้ำ นอกจากสวยแล้วยังให้ความสว่าง มีพระพุทธไสยาสน์องค์ และหลวงพ่อโตซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ี่ผู้ลงมาเที่ยวถ้ำจะมากราบ ไหว้บูชา มีธูปเทียนจำหน่ายให้นำไปบูชา มีพระนาคปรกและที่ฐานพระพุทธรูปองค์ หนึ่งยังมีตราประจำพระองค์ของรัชกาลที่1-5 จารึกไว้ด้วย ภายในถ้ำทุกห้องงามด้วยหินงอกหินย้อยและมีอากาศเย็นสบายไม่อับชื้น ถ้ำเขาหลวงมีชาวไทย ชาวต่างประเทศลงมาเที่ยว กันนานนับร้อยปีแล้ว มีบันทึกของชาวยุโรปและภาพปรากฏในงานพิมพ์ของอังรี มูโอ นักธรรมชาติิวิทยาชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมายังไทย ลาว กัมพูชาแล้วกลับไปตีพิมพ์ไว้เมื่อ พ.ศ.2407ถ้ำเขาหลวงนี้สุนทรภู่ได้เคยมาเที่ยวและเล่าไว้ในนิราศเมืองเพชรอีกด้วย
ถ้ำเขาหลวงห้องที่ 2

การเดินทางไปถ้ำเขาหลวง
รถยนต์ส่วนตัว 
      
      การเดินทางจากรุงเทพฯ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ – เพชรบุรี ใช้ทางหลวงเพชรเกษมหรือหมายเลข 4 เมื่อวิ่งมาถึงจังหวัดเพชรบุรีตรงบริเวณ ทางแยกต่างระดับไปชะอำ หากขับตรงไป จะเป็นเชิงเขาวัง เมื่อถึง 3 แยก ให้เลี้ยวซ้าย ต่อจากนั้นวิ่งตรงไประยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะมาถึงทางขึ้นเขาหลวง ขึ้นเขาไปนิดเดียวจนถึงลานจอดรถ เสียค่าจอด 20 บาท จากนั้นเดินลงบันไดคอนกรีตไปจนถึงปากถ้ำ

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี





ที่มา:http://axejira.thaimultiply.com/photos/165480
ที่มา:https://travel.mthai.com/blog/142618.html
ที่มา:https://www.youtube.com/watch?v=opDzDjm4aMo
ที่มา:https://www.paiduaykan.com/76_province/central/phetchaburi/khaoluang.html
ที่มา:https://thailandtopvote.com/%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87/
ที่มี:https://www.paiduaykan.com/76_province/central/phetchaburi/khaoluang.html

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด


          สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชม ความสวยงามของพระมหาเจดีย์ ที่ผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะภาคอีสานพระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ไปชมพร้อมๆกันเลย

Processed with VSCO with hb2 preset

      วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม อ.หนองพอก ติดอันดับ 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสวยงามของพระมหาเจดีย์ ที่ผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะภาคอีสาน
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ร้อยเอ็ด

   พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 
         ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วรารามตำบลผาน้ำย้อยอำเภอหนองพอกจังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะ เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสม กันระหว่างพระปฐมเจดีย์ และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลาย ตระการตาด้วยสีทอง เหลือง อร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำ เป็น 109เ มตร ใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหา เจดีย์เหมือนอยู่บน วิมานแดนสวรรค์

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลาย ไทยวิจิตรพิสดาร
  • ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
  • ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสมถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรีเคยบำเพ็ญธรรมมา 
  • ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ


      พระเจดีย์นี้สร้างมานานกว่า 18 ปี จนปัจจุบันนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีกธาตุและพระสาวก

การเดินทางไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
รถส่วนตัว
      จากตัวเมืองร้อยเอ็ด นั้นใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง – หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 

รถประจำทาง
       สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ สายที่ผ่านอำเภอหนองพอก จะเป็น กรุงเทพฯ-มุกดาหาร ถ้าเป็นกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด จะถึงแค่อำเภอเมือง จากนั้นเหมารถสองแถวท้องถิ่นในอำเภอเพื่อเดินทางไปยังวัดมหาเจดีย์ชัยมงคล

https://izeradah.files.wordpress.com/2017/03/

Processed with VSCO with hb2 preset

https://izeradah.files.wordpress.com/2017/03/

Processed with VSCO with hb2 preset

https://izeradah.files.wordpress.com/2017/03/

https://izeradah.files.wordpress.com/2017/03/

https://izeradah.files.wordpress.com/2017/03/




         
      เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-17.00 น.นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเยือนเดินทางไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด-อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136

ที่มา:https://travel.mthai.com/blog/142618.html
ที่มา:https://www.youtube.com/watch?v=8t-6IUUE0vM
ที่มา:https://www.paiduaykan.com/province/Northeast/roiet/prajadeechaimongkol.htmที่มา:https://www.jangkhao.org/p/26417
ที่มา:https://izeradah.com/2017/06/30/%EF%BB%BF-izeradah-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%87/






วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน


      สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชมพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า และสร้างองค์พระธาตุไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่บนหน้าผาที่บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง จังหวัดลำพูน ไปชมพร้อมๆกันเลย

พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน

     บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง บนดอยถ้ำหิน โดยจำลองพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า และสร้างองค์พระธาตุไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่บนหน้าผา บริเวณใกล้ๆ กัน มีรอยหินที่เชื่อกันว่า เป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยูHBG ฉบับนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปเที่ยวเบิกฤกษ์โอกาสขึ้นศักราชใหม่ พาไปทำบุญ ณ “พระธาตุอินทร์แขวน ลำพูน” แหล่งท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่า Unseen เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองลำพูน หากเดินทางจากเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตรเศษ ทั้งนี้เมื่อไปถึงบริเวณพระธาตุอินทร์แขวนจะพบเห็นกองวัสดุสำหรับการปรับภูมิทัศน์การก่อสร้างทาง ดังนั้นอาจเห็นนักท่องเที่ยวช่วยขนวัสดุต่างๆ ติดไม้ติดมือขึ้นไป เราเดินกันมาเรื่อยๆ ชนิดที่ว่าได้เหงื่อ แต่เมื่อไปถึงด้านบนภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หายเหนื่อย

       พระธาตุอินทร์แขวนนั้นชาวพม่าและชาวมอญนิยมเรียกว่า "ไจก์ทิโย" เป็นภาษามอญ มีความหมายว่า เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤาษี จากความศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาแห่งพระธาตุอินทร์แขวนที่แผ่ขยายมาในประเทศไทย ทำให้มีการสร้างพระธาตุอินทร์แขวนองค์จำลองขึ้นตามธรรมชาติที่มีก้อนหินใหญ่ตั้งอยู่ริมหน้าผา เช่นที่พระธาตุหินกิ่ว จังหวัดตาก, พระธาตุผาไข่อินทร์แขวน จังหวัดตาก หรือที่พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ จังหวัดแพร่ และล่าสุดพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง จังหวัดลำพูน ที่อยู่บริเวณดอยถ้ำหิน


      พระธาตุอินทร์แขวนลำพูนมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน” ในอดีตชาวบ้านละแวกนั้นได้เห็นก้อนหินใหญ่สองก้อนริมเพิงผากระทั่งครูบาชัยยะวงศาพัฒนาเห็นในนิมิตจึงให้ลูกศิษย์ออกตามหาก่อนจะมีการสร้างองค์พระธาตุขึ้นเมื่อวันที่9มีนาคม 2557 โดยจำลองลักษณะของพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า นอกจากนั้นบนลานใกล้กับก้อนหินใหญ่มีรอยที่เชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยู่อีกด้วย

เส้นทางเดินเป็นป่าโปร่งร่มรื่น 

     ตลอดระยะทางประมาณ 800 เมตร เส้นทางขึ้นลงเป็นทางขึ้นเขาไม่ชันนัก เส้นทางเดินเป็นป่าโปร่งร่มรื่นแถมระหว่างทางยังมีคนมาเรียงหินก่อเป็นเจดีย์หินอยู่สองข้างทางเป็นระยะๆ บริเวณองค์พระธาตุอินทร์แขวน ที่สร้าง (ทา) เป็นสีทองอร่าม เช่นเดียวกับก้อนหินเบื้องล่างตามอย่างพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า ยังมีรูปปั้นของเทพและยักษ์ผู้ทำหน้าที่อารักษ์ปกปักเจดีย์ และจุดที่จะสร้างศาลาครูบา 9 องค์ที่เป็นพระเกจิดัง


รูปปั้นของยักษ์ผู้ทำหน้าที่อารักษ์ปกปักเจดีย์

     ต้อนรับปีใหม่ด้วยการท่องเที่ยวทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างออกไปท่องโลกกว้างสัมผัสธรรมชาติแล้วยังสามารถรู้สึกได้ถึงความสุขกายสบายใจ ถือเป็นยาชั้นดีที่จะช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้เกิดพลังเพื่อต่อสู้ฟันฝ่าสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย...

การเดินทาง

    จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 หรือถนนเชียงใหม่-ลำปางไปจนถึงสามแยกดอยติ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน 114 ทางเข้าเมืองลำพูนประมาณ 800 เมตร เข้าสู่ถนน 114 ทางเข้าเมืองลำพูน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 116 ที่จะไปอำเภอป่าซางผ่านโกดังกระจายสินค้า 7-11 ไปเล็กน้อยแล้วเลี้ยวเข้าทางเดียวกับวัดพระธาตุทรายทอง จะเห็นป้ายบอกทางติดอยู่ เข้าไปอีกประมาณ 1.3 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป 1 กิโลเมตรก็จะถึงพระธาตุอินทร์แขวน



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวน  ลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน



วัดพระธาตุแสงแก้วโพธิญาณ  จังหวัดเชียงราย          สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชม ศิลปะล้านนาและศิลปะพม่า มีความหมายในเชิงธรรมะและแฝงห...