วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร
สำหรับวัดที่เราจะพาไปชมวัดโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทยที่สวยที่สุด ที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จังหวัดอยุธยา ไปชมงดงามพร้อมๆกันเลย

ประวัติวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419 เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับยังพระราชวังบางประอิน ซึ่งทรงโปรดให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง โดยใช้ศิลปะแบบโกธิค (Gothic)โดยเฉพาะพระอุโบสถของวัด ที่เป็นอาคารมีโดมหอคอยปลายแหลมตามอย่างวิหารในสถาปัตยกรรมตะวันตก บริเวณยอดโดมมีหอนาฬิกาและระฆังชุด เหนือขึ้นไปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาสเป็นพระประธาน ซึ่งออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยใช้การผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยมกับศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน นอกจากนี้บริเวณฐานชุกชีซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์ ช่องหน้าต่างเจาะไว้เป็นหน้าต่างโค้ง และเมื่อหันกลับมองบนฝาผนังด้านหน้าของพระประธาน จะเห็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ประดับด้วยกระจกสีที่สั่งเข้ามาจากประเทศอิตาลี มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งซึ่งหาชมจากที่ใดในเมืองไทยไม่ได้
เมื่อพ.ศ. 2419 ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ขยายกำแพงพระราชวังบางปะอินให้พระราชวังมีอาณาเขตกว้างกว่าเดิม ได้มีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนิเวศธรรมประวัติขึ้น เพื่อให้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลใกล้พระราชวัง ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ให้เจ้าพนักงานจ้างช่างเหมาช่างชาวตะวันตก ได้แก่ มร.ยูกิงแกรซี มาเป็นผู้กะวางแผนที่ ตลอดจนออกแบบพระอุโบสถและหมู่กุฎิให้มีรูปแบบลักษณะวัดในศิลปะตะวันตก ประวัติที่มาของการสร้างวัดนั้น ปรากฎข้อความบนแผ่นศิลาจารึกประวัติการก่อสร้างที่อยู่ในพระอุโบสถ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พระศรีสุนทรโวหารจารึกเรื่องการสร้างวัดบนแผ่นศิลา
ติดผนังไว้ในพระอุโบสถจำนวน 2 แผ่น บริเวณฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของประตูทางเข้า ด้านละ 1 แผ่น มีใจความระบุถึงประวัติความเป็นมาแต่เดิมว่า เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์สืบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเป็นต้นมา ก่อนสร้างวัดนิเวศธรรมประวัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากทรงมีนิวาสสถานดั้งเดิมอยู่ที่เกาะบางปะอิน เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์โปรดให้สร้างพระราชวังเป็นที่ประพาส อีกทั้งโปรดให้สร้างวัดชุมพลนิกายารามขึ้นที่บริเวณด้านเหนือของพระราชวัง ตั้งแต่นั้นมาพระบรมวงศานุวงศ์ในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาก็ได้เสด็จประพาสที่เกาะบางปะอินนี้ทุกพระองค์
เคยเห็นวัดสร้างสไตล์โบสถ์คริสต์กันมั้ย ถ้ายังไม่เคยเห็นเราจะพาไปชมกันได้ที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” จ.อยุธยา วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” เป็นพระประธานออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ประดับด้วยกระจกสี มองดูมีความสวยงามแปลกตามาก
ที่ตั้ง : เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา
การเดินทางไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ ราชวรวิหาร
รถยนต์ส่วนตัว
ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้มาตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์ ให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอก หลังจากนั้น ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 สู่ทางหลวงหมายเลข 308 อีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็จะถึงพระราชวังบางปะอิน ให้สังเกตว่าที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติจะอยู่ติดกับที่จอดรถของพระราชวังบางปะอิน เมื่อจอดรถแล้วสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ
การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สถานีขนส่งสายเหนือ นั่งรถสายกรุงเทพฯ-บางปะอิน มาลงที่บขส.บางปะอิน (สุดสาย) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องไปลงบริเวณที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติ แล้วขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ
นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางโดยรถไฟ มาลงที่สถานีรถไฟอำเภอบางปะอิน หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง มาลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วต่อรถโดยสารไปลงบริเวณที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติแล้วสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น