วัดหลวงพ่ออุตตมะ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
สำหรับวัดต่อไปเราจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรี ที่วัดวัดหลวงพ่ออุตตมะไปชมงดงามๆกันเลย

วัดวังก์วิเวการาม มีโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเปรียบเสมือน “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ” อยู่ภายในปราสาทเก้ายอด ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของผู้คนหลายเชื้อชาติที่
อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ
สถานที่สำคัญภายในบริเวณวัด
มีอยู่หลายอาคาร ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไปเข้าไปเยี่ยมชม และสักการะบูชา
ปราสาทเก้ายอด
เมื่อเข้าสู่บริเวณวัดวังก์วิเวการาม จะเห็นอาคารตรงข้ามกับทางเข้า เป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ด้านหน้ามีซุ้มทางเข้าประดับประดาด้วยหลังคาเรือนยอดเป็นชั้นๆ สีเขียวตัดขอบทอง ปลายยอดมีด้วยกัน 3 ยอด ตามลักษณะสถาปัตยกรรมของมอญ ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ เก็บพระพุทธรูป และอัฐบริขาร เครื่องใช้ต่างๆ เช่นคัมภีร์ใบลานอักษรมอญโบราณ ตาลปัตร นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของปราสาทเก้ายอด
ปราสาทเก้ายอด คือโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมของชนชาติมอญ ลวดลายมีความประณีต งดงาม ปราสาทเก้ายอดนี้ เป็นฝีมือสกุลช่างจากทางเชียงใหม่ใช้ลวดลายประมาณ 20 - 30 ลวดลาย ตัวโลงเจาะช่องใส่กระจกให้มองเห็นภายในได้ เรียกว่า "ลายขุนแผนเปิดม่าน" ด้านบนตกแต่งเป็นด้วยลวดลายสวยงาม ส่วนบนสุดทำเป็นยอดถึง 9 ยอด การทำปราสาทมอญเป็นความเชื่อดั้งเดิมว่า เป็นการส่งวิญญาณให้ไปสถิตยังสรวงสวรรค์ ด้านหน้าปราสาทเก้ายอด มีหุ่นขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปหลวงพ่ออุตตมะในท่านั่ง ถัดมามีตู้ทรงมอญ ลักษณะคล้ายบุษบก ข้างในใส่รูปหลวงพ่อ
วิหารพระหินอ่อน
พระพุทธรูปหินอ่อน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อขาว" ตั้งอยู่ในวิหารพระหินอ่อน อยู่ทางขวามือติดกับทางเข้า อาคารสร้างแบบก่ออิฐถือปูน มีทางเดินเชื่อมต่ออาคาร มีหลังคาคลุมตลอดพระพุทธรูปหินอ่อน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก หนัก 9 ตัน เป็นพระพุทธรูปที่หลวงพ่ออุตตมะสั่งทำขึ้นที่พม่า โดยส่งรูปพระพุทธชินราชไปให้ช่างที่มัณฑเลย์ แกะจากหินอ่อนสีขาวก้อนเดียว ว่าจ้างด้วยทองคำแทนเงิน หลวงพ่อสั่งทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จ่ายเป็นจำนวนสามงวด เป็นทองหนัก 10 บาท 5 บาท และ 10 บาท (ในสมัยที่ราคาทองคำบาทละ 450 บาท) สร้างเสร็จเมื่อกลางปี พ.ศ. 2515 แต่ยังไม่สามารถนำเข้าสู่ประเทศไทยได้ต้องทำเรื่องขออนุญาติกรมการศาสนาของพม่าจนแล้วเสร็จในช่วงปลายปี จากนั้นทำการขนย้าย ด้วยระยะทางที่ไกล และเป็นพระพุทธรูปที่มีน้ำหนักมาก ต้องผ่านเส้นทางที่เป็นป่าและหมู่บ้านชายแดน ทำให้มีความล่าช้า จนมาถึงด่านเจดีย์สามองค์เมื่อ แรม 9 ค่ำ เดือน 4 ปีพ.ศ. 2517
พระอุโบสถ
พระอุโบสถ
พระอุโบสถของวัด มีความงดงาม มีซุ้มทางเข้าอุโบสถเป็นซุ้มหลังคาทรงยอดปราสาท ส่วนตัวโบสถ์ เป็นหลังคาทรงสูง หลังคาโบสถ์ทำเป็นหน้าจั่วซ้อนชั้น และมียอดปราสาทอยู่ชั้นบนสุด หน้าบันประดับด้วยลายกนกสวยงาม เสาโบสถ์เป็นเสาขัดมันวาว
การเดินทางไปวัดวังก์วิเวการาม
- จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ข้ามทางรถไฟ จนไปถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323)
- ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) จะผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี
- ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (มีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) ผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย เลยทางไปสะพานไม้ไปจะเจอสามแยก เลี้ยวขวาไปวัดวังก์วิเวการามประมาณ 350 เมตร (ซ้ายไปเจดีย์พุทธคยา)
![]() |
| สะพานไม้ สร้างด้วยแรงศรัทธาของชาวมอญ |
![]() |
| พระอุโบสถกลางน้ำ(หลังเก่า) |
![]() |
| กุฏิสงฆ์ |
![]() |
| หอระฆังกลางน้ำ |
![]() |
| เจดีย์พุทธคยา |
ที่มา:https://travel.mthai.com/blog/142618.html
ที่มา:https://www.ceediz.com/th/travel/kanchanaburi/sp/a/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5.161301/
ที่มา:https://www.youtube.com/watch?v=ozkJQC3ip4A&t=2s
ที่มา:http://www.palungdham.com/t955.html
ที่มา:https://www.ceediz.com/th/travel/kanchanaburi/sp/a/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5.161301/
ที่มา:https://www.youtube.com/watch?v=ozkJQC3ip4A&t=2s
ที่มา:http://www.palungdham.com/t955.html





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น